วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

ประกาศเจตนารมณ์แยกขยะทั่วภูเก็ต

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมจับมือจังหวัดภูเก็ต และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 19 แห่ง ประกาศเจตนารมณ์ลดคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง หวังรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนทั้งเกาะภูเก็ต คัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ลดปริมาณขยะที่นำเข้าเตาเผาให้น้อยที่สุด นางมณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 19 แห่ง ในพื้นที่ภูเก็ต เพื่อดำเนินโครงการความร่วมมือกับท้องถิ่นในการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยจากแหล่งกำเนิด ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า จากการที่ได้หารือร่วมกับจังหวัดภูเก็ต และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดในภูเก็ต พบว่าขณะนี้ภูเก็ตมีขยะถึงวันละ 500 กว่าตัน หากไม่ดำเนินการลดและคัดแยกขยะมาตั้งแต่ต้นทางทั้งจากครัวเรือนและสถานประกอบการ จะทำให้การแก้ปัญหาขยะของภูเก็ตอยากขึ้น ดังนั้น การแก้ปัญหาขยะของภูเก็ตจะต้องดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยทางกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้การรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง กรมจึงได้หารือร่วมกับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อที่จะประกาศเจตนารมณ์ในการลดคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางทั่วทั้งเกาะภูเก็ตพร้อมกัน โดยการดึงประชาชน สถานประกอบการ และองค์กรต่างๆ เข้ามาร่วมกันรณรงค์ลดคัดยแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง การประกาศเจตนารมณ์ลดคัดแยกขยะจากต้นทางพร้อมกันทั้งเกาะภูเก็ต เท่าที่ได้หารือกับท้องถิ่น และจังหวัดภูเก็ต จะดำเนินการพร้อมกันในวันที่ 15 สิงหาคม 2550 ซึ่งกิจกรรมที่จะดำเนินการจะเป็นการเดินพาเหรดรณรงค์ไปทั่วเกาะภูเก็ตและให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 19 แห่ง อบต. เทศบาล อบจ.ร่วมกันลงนามในการคัดแยกขยะตั้งแต่ตันทาง นางมณทิพย์ กล่าวอีกว่า การดำเนินการลดคัดแยกขยะจากต้นทางที่จังหวัดภูเก็ต กรมได้จัดสรรงบประมาณ 2 ล้านบาทเข้ามาดำเนินการรณรงค์ เพื่อให้จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่องในการลดคัดแยกขยะจากต้นทาง ที่จะให้เป็นแบบให้จังหวัดดำเนินการต่อไป ซึ่งคาดหวังว่าการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง จะเป็นการจะทำให้ขยะในภูเก็ตลดลง โดยเฉพาะที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ที่มีถึง 22% ส่วนขยะอินทรีย์ที่มีสูงกว่า 60% นั้นจะดำเนินการในลักษณะ Green Route ที่มีการแยกขยะอินทรีย์ที่ทำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น นำไปผลิตเป็นแก๊สชีวภาพ เป็นต้น นายพิรียุตย์ วรรณพฤก ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อมและพลังงาน กล่าวถึงสถานการณ์ขยะในจังหวัดภูเก็ต ว่า โดยภาพรวมแล้วขยะในภูเก็ตเพิ่มสูงขึ้นปีละ 6-7% และพบว่าขยะอินทรีย์มีสูงถึง 60% ทั้งจากครัวเรือนและสถานประกอบการขนาดใหญ่ชายฝั่งตะวันตกของเกาะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว และแนวโน้มขยะในภูเก็ตจะเพิ่มเป็น 750 ตันในปี 2552 นี้ นอกจากนี้ พบว่า ในบางพื้นที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ที่มีการก่อสร้างโครงการต่างๆ ทั้งที่เป็นโรงแรมและบ้านที่อยู่อาศัยมีอัตราขยะเพิ่มสูงขึ้นถึง 30-40% ซึ่งท้องถิ่นไม่สามารถที่จะบริหารจัดการได้ทำให้มีขยะตกค้างเป็นจำนวนมาก นายพิรียุตย์ ยังได้แนะนำการจัดการขยะของจังหวัดภูเก็ต ว่า จังหวัดภูเก็ตน่าที่จะมีการบริหารจัดการขยะครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การณรงค์ให้มีการคัดแยกขยะตั้งแต่ตั้นทาง โดยเฉพาะขยะอินทรีย์ที่มีสูงถึง 60% นั้น สามารถที่จะลดการสู่เตาเผาและการฝั่งกลบได้ด้วยการนำขยะอินทรีย์ไม่ใช้ประโยชน์และแปรรูปอื่นๆ เช่น การทำปุ๋ยอินทรีย์ในลักษณะของ Green Route การคัดแยกขยะ จะดำเนินการในกลุ่มเป้าหมายทั้งประชาชนทั่วไปที่คัดแยกจากครัวเรือน สถานประกอบการ รวมทั้งนักเรียนและนักศึกษา เมื่อมีการคัดแยกขยะจากครัวเรือนแล้ว ท้องถิ่นต่างๆ ในภูเก็ตจะต้องปรับปรุงระบบการจัดการขยะของท้องถิ่นด้วย โดยการพัฒนาระบบการเก็บยยะให้สอดคล้องกับการคัดแยกจากต้นทาง รวมทั้งในถังขยะมูลฝอยให้สอดคล้องกับการคัดแยก รวมทั้งท้องถิ่นต่างๆ จะต้องรวมมือกันจัดตั้งสถานที่ขยะทำการคัดแยกก่อนที่จะนำเข้าสู่เตาเผาขยะ ซึ่งทั้งหมดจะสามารถลดปริมาณขยะที่เข้าสู่เตาเผาได้

2 ความคิดเห็น:

tidf กล่าวว่า...

ความคิดเห็นเก่าๆส่งมาสุดล่าช้า 2-01-2553 เปลี่ยนผู้ว่าไปหลายคน แต่ขยะ ยังคงไม่เปลี่ยน กลิ่นคงยังเหม็นเหมือนเดิม ควันไฟยังปกคลุมท้องฟ้า น้ำเสียคงเน่าจนทำน้ำทะเลมีสีดำ เจตนารมณ์ในการแก้ปัญหาขยะหมดเงินไปแล้วเท่าไร คนสร้างเจตนารมณ์ขึ้นมาไปอยู่ที่ไหน ยังเดินยิ้มได้อีกหรือ หรือสร้างวิมารในอากาศในเรื่องใดอีก ถ้าอยากแก้ปัญหามาศึกษาที่
อบต.ไร่ส้ม อ.เมืองเพชร 032-425077 ชุมชนเล็กๆแต่กล้าที่จะสอนมวย ระดับเทศบาลเมือง เทศบาลนคร ฯ หรือแม้แต่ กรุงเทพมหานคร ด้วยปัญญาของคนไทย ที่ต้องการแก้ปัญหาขยะด้วยความจริงใจและเสียสละความสุขตนเองเพื่อท้องถิ่นอย่างจริงใจ ไม่ใช่พวกจิงโจ้

tidf กล่าวว่า...

ช่วยกันเผยแพร่ความรู้และนวัตกรรมคนไทยไปให้ทั่วว่าปัญหาขยะนั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะถูมิปัญญาคนไทยเราก็มี สื่อทุกแขนงอย่าได้รีรอมาพิสูจน์ก่อนใครให้รู้แจ้งเห็นจริงแล้วค่อยแจ้งมวลชน ลับดับต่อไป